ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ของประเทศไม่ว่า จะเป็นอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนฯลฯ มักจะต้องมีชิ้นส่วนพลาสติกเป็นส่วนประกอบที่สำคัญรวมอยู่ด้วยดังนั้นการขึ้นรูปพลาสติกจึงเป็นกระบวนการสำคัญสำหรับทุกภาคอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ชิ้นส่วนเหล่านั้น แม่พิมพ์ที่ใช้ในการขึ้นรูปในกระบวนการต่างๆ เช่น การอัดขึ้นรูปการฉีดขึ้นรูปการเป่าขึ้นรูป การขึ้นรูปสูญญากาศ การรีดขึ้นรูปจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องที่ต้องมีแม่พิมพ์ที่มีคุณภาพได้มารตรฐานโดยใช้เทคโนโลยีช่วยในการออกแบบและการผลิตแม่พิมพ์
 


      สถาบัน RDiPT เล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ จึงได้จัดตั้งฝ่ายแม่พิมพ์ขึ้นเพื่อช่วยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทางด้านแม่พิมพ์โดยมุ่งเน้นไปที่แม่พิมพ์ฉีดพลาสติกเป็นหลัก และช่วยยกระดับความรู้ความสามารถของวิศวกรช่างเทคนิคและบุคลากรทางด้านแม่พิมพ์ฉีด ให้มีความสามารถในการทำงานในภาคอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ฉีดได้ตลอดจนให้คำปรึกษาบริการแนะนำด้านเทคนิคและให้ความช่วยเหลือโครงการวิจัยทั้งภาครัฐและเอกชน
 

แม่พิมพ์แบบ 2 Plate

               แม่พิมพ์ลักษณะนี้เป็นแม่พิมพ์ 2 Plate ซึงในระหว่างรอบการฉีด แม่พิมพ์จะ
เปิดออกที่ระนาบเดียว ระนาบของการเปิดหรือที่เรียกว่า"เส้นแบ่ง (Parting Line) ฉีดชิ้น
งานทางเข้าน้ำพลาสติกจะเป็นทางเดียว แบบ Cool Runner หรือ แบบหลายทางแบบ Hot
Runner โครงสร้างแม่พิมพ์จะประกอบด้วยด้าน 2 ด้าน คือ ด้าน Cavity Mold และด้าน
Core Mold ซึ่งจะมีระบบปลดชิ้นงานที่แตกต่างกันตามลักษณะรูปร่าง และข้อกำหนดของ
ชิ้นงาน

แม่พิมพ์แบบ 3 Pleate

              แม่พิมพ์ 3 Plate คือแม่พิมพ์จะเปิดออกในสองระนาบส่วนที่อยู่กับที่ของแม่พิมพ์
จะประกอบด้วย แผ่นสองแผ่น 3 Plate มักจะใช้รูเข้าแบบเข็มแม่พิมพ์ลักษณะนี้จะเป็นแม่
พิมพ์ที่ฉีดชิ้นงานที่มีทางเข้าน้ำพลาสติกหลายทางในชิ้นงานเดียวหรือแม่พิมพ์เดียวต้องการ
หลายชิ้นงาน โดยต้องการให้ทางเข้าน้ำพลาสติกจะเป็นการฉีดแบบ Cool Runner ซึ่งยอม
ให้เห็นรอย Gate ได้เพียงเล็กน้อยบนชิ้นงาน

แม่พิมพ์แบบ Hot Runner

                  แม่พิมพ์ชนิดนี้เป็นแม่พิมพ์ที่ช่วยประหยัดเนื้อพลาสติกที่สูญเสียไปกับระบบ
ทางวิ่งและทางเข้า จะเห็นว่ามีแผ่นให้ความร้อนที่เราเรียกว่า Hot plate ติดอยู่ในส่วนที่
เป็นระบบทางวิ่งโดยขณะทำการฉีดพลาสติก น้ำพลาสติกจะไหลเข้าแม่พิมพ์ทางรูฉีดแล้ว
ไหลเข้าทางวิ่งจากนั้นจะผ่านทางเข้าแล้วเข้าสู่คาวิตี้ของแม่พิมพ์ หลังจากนั้นชิ้น
งานพลาสติกในคาวิตี้จะแข็งตัวแต่พลาสติกในทางวิ่งที่แผ่นให้ความร้อน (Hot plate) จะ
ไม่แข็งตัวเพราะจะมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดหลอมเหลว ดังนั้นในการทำงานในวงรอบถัดไปเมื่อมี
การอัดน้ำพลาสติกผ่านเข้ามาทางรูฉีด พลาสติกเหลวที่ค้างอยู่ที่แผ่นให้ความร้อนจะถูกอัด
ให้ไหลเข้าไปในคาวิตี้ ดังนั้นจึงไม่มีส่วนของระบบทางวิ่งและทางเข้าที่เป็นของเสียออกมา
ในการผลิตแต่ละครั้งทำให้ประหยัดต้นทุนการผลิตอย่างมาก

แม่พิมพ์เป่า (Injection Blow Mold)

           เป็นแม่พิมพ์ที่ใช้ในการผลิตภาชนะกลวงโดยการทำให้พลาสติกเป็นสายท่อหรือ
หลอดแก้ว (Parison) แล้วใช้ลมเป่าให้เกิดรูปร่างตามแม่พิมพ์ แล้วจึงทำการปลดชิ้นงาน
ซึ่งวิธีการเป่าแม่พิมพ์มีอยู่ 3 วิธีหลัก คือ การเป่าแบบ Extrusion (Extrusion blow
moulding) การเป่าฉีด (Injection blow moulding) การเป่าแล้วยืด (Stretch blow
moulding) ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่า เช่น ภาชนะกลวง ขวด ถัง แกลลอน แม่พิมพ์เป่า
เป็นแม่พิมพ์พลาสติกที่มีอัตราการเติบโตเร็วมาก มีความต้องการในตลาดสูง ประหยัดค่าใช้
จ่ายในการผลิต

แม่พิมพ์ฉีดอลูมิเนียม (Die Casting)

           แม่พิมพ์ฉีดหล่อ (Die casting) เป็นวิธีการหล่อที่ใช้ความดันสูงอัดน้ำโลหะเข้าสู่แม่
พิมพ์ โดยน้ำโลหะนั้นจะนำเอาวัตถุดิบเช่น เหล็ก อลูมิเนียม เป็นต้น ผ่านเข้าเตาหล่อเพื่อ
หลอมโลหะให้กลายเป็นน้ำโลหะ จากนั้นน้ำโลหะจะวิ่งเข้าสู่แม่พิมพ์โดยผ่านทางรูเข้าของ
แม่พิมพ์ รูเข้าจะต้องออกแบบให้อยู่ในลักษณะที่ทำให้น้ำโลหะวิ่งเข้าแม่พิมพ์ได้สะดวก โดย
อาศัยความดันเข้าช่วย ทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงทำการแกะชิ้นงานออกจากแบบ ข้อดีของแม่พิมพ์
ฉีดหล่อ คือ สามารถผลิตชิ้นงานที่มีความซับซ้อน ผลิตชิ้นงานบางได้ อัตราการผลิตสูง และมี
ความเที่ยงตรงสูง ส่วนข้อเสีย คือ ไม่สามารถผลิตชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ได้ แม่พิมพ์มีราคา
แพง โลหะที่ใช้ต้องมีจุดหลอมเหลวต่ำ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากแม่พิมพ์ฉีด
หล่อ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องจักร เครื่องใช้ภายในบ้าน ท่อน้ำ เป็นต้น

แม่พิมพ์กดอัด (Compress Mold)

                   แม่พิมพ์อัดและอัดฉีด (Compression and Transfer moulding) แม่พิมพ์
อัดเป็นการผลิตชิ้นงานโดยใช้พลาสติกชนิดเทอร์โมเซตติ้งลงในแม่พิมพ์แล้วทำการปิดแม่
พิมพ์โดยใช้ความดันสูงพร้อมกับให้ความร้อนทำให้พลาสติกหลอมละลายเข้าแทรกยังโพรง
ของแม่พิมพ์ จากนั้นหล่อเย็นให้พลาสติกแข็งตัวจึงปลดชิ้นงานออก ข้อแตกต่างระหว่างแม่
พิมพ์อัดและแม่พิมพ์ฉีดคือ แม่พิมพ์อัดจะใช้ลูกสูบอัดพลาสติกเข้าแม่พิมพ์  ส่วนแม่พิมพ์
ฉีดจะใช้การเติมพลาสติก แม่พิมพ์อัดจะถูกนำมาใช้ในงานผลิตชิ้นงานต้นแบบ ผลิตชิ้นงาน
เป็นจำนวนน้อย ใช้เวลาในการผลิตนาน